เมนูชมรม

อ่านข่าวสไตล์เดี้ยน คลับ

ชื่อชมรมอ่านข่าวสไตล์เดี้ยน คลับ
ผู้ก่อตั้งpangza123
ก่อตั้งเมื่อ17 ตุลาคม 2012
ระดับชมรม0
รายละเอียดอ่านข่าวสไตล์เดี้ยนแหละค้าาา
จำนวนสมาชิก2
จำนวนสมาชิก

2

กระทู้ล็อคอยู่
เข้าได้ทุกคน
ตั้งกระทู้ใหม่
  • 1
A
A
A
A

pangza123
#1
17-10-2012 - 19:21:17

#1 pangza123  [ 17-10-2012 - 19:21:17 ]




อ่านข่าวสไตล์เดี้ยนคลับ


เพื่อให้ข่าวทั่วถึงกรุณากด สมัครสมาชิคด้วยค่าาาา

ข่าวเด็ดวันนี้:หนุ่มหื่นปีนขึ้นชั้น 4 ข่มขืน-ถ่ายคลิปนักศึกษาสาว


แก้ไขล่าสุดเมื่อ 2012-10-19 18:37:35

pangza123
#2
17-10-2012 - 19:30:52

#2 pangza123  [ 17-10-2012 - 19:30:52 ]




คนไทย 218 คนร้อง ติดค้างสนามบินอินชอน เกาหลีใต้ เครดิต Sanook.com

คนไทย 218 คน ติดค้างสนามบินอินชอนที่เกาหลีใต้ หลังสายการบินพีซีแอร์มีปัญหาเรื่องธรรมเนียมสนามบินและค่าน้ำมัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (17 ต.ค.) เกิดปัญหาสายการบินพีซีแอร์ ถูกอายัดเครื่องที่สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ทำให้ไม่สามารถบินกลับประเทศไทยได้ ส่งผลให้ผู้โดยสารตกค้าง ประมาณ 218 คน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเที่ยวบินดังกล่าวเป็นเที่ยวบินเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ไฟลต์ ซึ่งผู้โดยสารซื้อทัวร์ไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ แต่ปรากฏว่าสายการบินดังกล่าวค้างชำระค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินและค่าน้ำมัน ทำให้สนามบินอายัดเครื่อง

ผู้โดยสารที่ติดอยู่ในสนามบิน เปิดเผยผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ทางช่อง 3 ว่า ตอนนี้ทาง ตม.ได้ไล่คนไทยจำนวน 218 คนออกจากสนามบินแล้ว เพราะบอกว่ากีดขวางในสนามบิน ส่วนเจ้าหน้าที่ของสายการบิน รับผิดชอบให้กับผู้โดยสารที่ตกค้างเบื้องต้นเป็นเงิน 1 หมื่นวอน (ประมาณ 250 บาท) เพื่อใช้จ่ายระหว่างนี้ก่อน โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงมีคนท้องอยู่ด้วย

ด้านปีเตอร์ ชาน ประธานกรรมการบริหารพีซีแอร์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่ที่สนามบิน โดยบอกว่าจะเอาคนไทยกลับมาให้ได้ ขณะนี้กำลังดำเนินเรื่องโรงแรมให้คนไทยทั้งหมดกลับไปพักที่โรงแรมก่อน โดยจะประสานไปยังสถานทูตไทยในเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ประธานกรรมการบริหารพีซีแอร์ ยังกล่าวอีกว่า เย็นนี้จะมีคนไทยอีกประมาณ200 คนติดค้างที่สนามบินอีก เนื่องจากยังไม่สามารถพูดคุยกับทางสนามบินได้

ซวยไปละค่าาที่นี่เดี้ยนขอบอกกกก(น่าสงสาร)


bobby213
#3
17-10-2012 - 19:35:27

#3 bobby213  [ 17-10-2012 - 19:35:27 ]






ซวยจุงเบยยยยยยยยยยยยยยยยยย



miss you
pangza123
#4
17-10-2012 - 19:37:59

#4 pangza123  [ 17-10-2012 - 19:37:59 ]




quote : bobby213

ซวยจุงเบยยยยยยยยยยยยยยยยยย

อ่านแล้วสมัครด้วยน่ะค่ะ


pangza123
#5
18-10-2012 - 18:19:45

#5 pangza123  [ 18-10-2012 - 18:19:45 ]




ข่าว.....นอกเรื่อง

“ไทยน้ำทิพย์-เสริมสุข“ ชิง “ร้านอาหาร“ เดิมพันแชมป์ “น้ำอัดลม“



บริษัทเสริมสุข จะเลิกผลิตน้ำอัดลมเป๊ปซี่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป


ขณะที่ เป๊ปซี่ ยังหาฐานการผลิตในไทยไม่ได้ คาดว่าจะขาดตลาดไปอีก 8 เดือน

วันที่ 31 ตุลาคม 2555 นี้ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) กำลังจะหมดสัญญาการจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม "เป๊ปซี่" และจะไม่ผลิตน้ำอัดลมให้กับบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด อีกต่อไปแล้ว และขณะนี้ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) กำลังทำแบรนด์น้ำอัดลมของตัวเอง เข้ามาเสียแทนเป๊ปซี่ และกำลังจะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้


ตลาดน้ำอัดลมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนอย่างแท้จริง โดยเป็นการชิงขึ้นเป็นผู้นำตลาดระหว่าง "โค้ก" กับน้ำอัดลมแบรนด์ใหม่ของ "เสริมสุข" ที่จะเริ่มอวดโฉมออกมาตั้งแต่ต้นเดือนหน้าเป็นต้นไป

หลังจากที่ได้ มีการ "เปิดไพ่" แผนธุรกิจที่จะมุ่งไปหลังเลิกสัญญากับทางเสริมสุข ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการปั้นแบรนด์ "น้ำอัดลม" ของตัวเอง

ซึ่งต้องจับตากันต่อไปว่าเสริมสุขจะใช้กลยุทธ์อะไรในการเข้าไปนั่งในใจร้าน ค้าและผู้บริโภค

แหล่งข่าวจากวงการเครื่องดื่มระบุว่า ขณะนี้พนักงานของเสริมสุขได้เข้ามาแจ้งทางร้านอาหารและร้านค้าต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อแจ้งกับเจ้าของร้านว่าตั้งแต่สิ้นเดือนนี้จะไม่มีเป๊ปซี่มาวางจำหน่ายอีกแล้ว

แต่จะเป็นน้ำอัดลมแบรนด์ใหม่ของเสริมสุขเอง พร้อมเสนอออปชั่นให้กับเจ้าของร้านว่าหากเลือกสั่งสินค้ากับทางเสริมสุขต่อ ก็จะสามารถสั่งต่อได้ทันทีโดยใช้ตู้แช่เดิม แต่หากจะเปลี่ยนไปสั่งน้ำอัดลมยี่ห้ออื่นก็จะต้องคืนตู้แช่ รวมถึงลังและขวดทั้งหมด

"ขณะนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ซึ่งเสริมสุขมีความพร้อมทุกด้านอยู่แล้ว ทั้งขวดแก้วและระบบจัดจำหน่าย เชื่อว่าพอวันที่ 1 พ.ย.ก็สามารถเสียบแทนเป๊ปซี่ได้ทันที"

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่บรรดาร้านค้าและร้านอาหารยังไม่มั่นใจมากนักคือเรื่องของ "แบรนด์"

"ถ้า เป็นต่างจังหวัดอาจจะไม่ค่อยเท่าไร เพราะอาจจะไม่ได้ซีเรียสเรื่องแบรนด์มาก เหมือนตอนที่บิ๊กโคล่าสามารถแจ้งเกิดได้เริ่มที่ต่างจังหวัดก่อน แต่ถ้าเป็นคนในเมืองเรื่องแบรนด์ก็สำคัญมาก

น้ำอัดลมไม่ใช่จะทดแทนกันได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะภาพของความเป็นอินเตอร์แบรนด์เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ผู้บริโภคคำนึง ถึง" โดยเฉพาะการที่ต้องสู้กับ "โค้ก" แบรนด์อันดับ 1 ของโลกที่รอจังหวะ "เสียบ" อยู่ขณะนี้

การที่แบรนด์ใหม่แกะกล่องถอดด้าม รวมถึงเป็น "แบรนด์ไทย ๆ" ภายใต้มือ "เสริมสุข" วันนี้จึงอาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

สอบถามไปยังเจ้าของร้านอาหารรายใหญ่แห่งหนึ่งระบุว่า สายส่งของเสริมสุขติดต่อมาเรียบร้อย ขณะนี้กำลังชั่งใจว่าจะเปลี่ยนไปสั่งเครื่องดื่มของโคคา-โคลาดีไหม

ซึ่งได้สอบถามไปยังเซลส์ของไทยน้ำทิพย์แล้ว ยืนยันว่าพร้อมเข้ามาเปลี่ยนตู้แช่ทั้งหมด รวมถึงให้บริการต่าง ๆ ฟรี มากกว่านั้นยังเสนอออปชั่นต่าง ๆ เป็นตัวเลือก

"จะยุ่งยากบ้างคือ ช่วงเปลี่ยน ถ้าใช้ของเสริมสุขแบบเดิมก็จะสะดวกดี แต่ติดเรื่องแบรนด์ว่าไม่มีใครรู้จัก" เจ้าของร้านอาหารรายใหญ่ระบุ

จริง ๆ แล้วน้ำอัดลม 3.8 หมื่นล้านบาทวันนี้ เป็นที่รู้กันดีว่าช่องทางที่ใหญ่ที่สุดคือ "ร้านค้าโชห่วย" และ "ร้านอาหาร" ในรูปแบบ "ขวดแก้ว" คิดเป็นสัดส่วนถึง 65% อีก 35% เป็นรูปแบบขวดพีอีที และที่เหลือ 5% คือกระป๋อง

ซึ่งเน้นขายในร้านเซเว่นฯเป็นหลัก จึงไม่แปลกที่ทุกค่ายต้องพยายามแย่งชิงลูกค้าในช่องทางนี้ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นแน่นอน และโค้กก็รอจังหวะนี้มาโดยตลอด

ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า การที่ "เป๊ปซี่" ในเมืองไทยสามารถคว่ำโค้ก ผู้นำตลาดโลกได้สำเร็จ ก็มาจากความแข็งแกร่งในด้านการกระจายสินค้าของ "เสริมสุข" เป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด

จากเครือข่ายร้านอาหาร ร้านค้าของเสริมสุขที่มีอยู่กว่า 2 แสนจุดขายทั่วประเทศ ทำให้ที่ผ่านมา เป๊ปซี่สามารถครองความเป็นผู้นำในตลาดนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 70% ทิ้งห่างโค้กแบบขาดลอย

"ถ้า เสริมสุขสามารถซัพพลายของและรักษาลูกค้าเดิมของตัวเอง ทั้งร้านค้าและร้านอาหารไว้ได้ การจะขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ภายในชั่วเวลาข้ามคืนก็ไม่ใช่เรื่องยากของยักษ์ใหญ่รายนี้

และนั่นหมายถึงการผลักเป๊ปซี่ตกไปเป็นอันดับ 4 หรือสูสีกับบิ๊กโคล่าที่แข็งแกร่งในตลาดขวดพีอีที" แหล่งข่าวคนเดิมกล่าว

ขณะที่ผู้นำก็จะตกเป็นของ "โค้ก" ในชั่วเวลาข้ามคืนเช่นเดียวกัน

หากดูจากการทุ่มเททำตลาดอย่างหนักของโค้กในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงสุญญากาศของเป๊ปซี่ และส่วนแบ่งตลาดโค้กที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สิ่งนี้ก็ไม่ได้ดูเกินจริงนัก ที่โค้กจะสามารถเร่งแซงได้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ โดยเฉพาะกับลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มั่นใจเรื่อง "แบรนด์ใหม่" ของเสริมสุข

แหล่ง ข่าวชี้อีกว่า เสริมสุขต้องเร่งสปีดทำตลาดแบบ "ชอร์ตคัต" ให้แบรนด์ติดตลาดได้อย่างรวดเร็วที่สุด จะมัวเสียเวลาไม่ได้เลย ที่สำคัญต้องทำให้สำเร็จก่อนที่เป๊ปซี่จะสามารถ "ตั้งหลัก" และกลับมาสู่ตลาดได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี

หากดูจาก ประสบการณ์ของเสริมสุขที่ผ่านมา ซึ่งต้องยอมรับว่าความเชี่ยวชาญหลักอยู่ที่ระบบการจัดจำหน่าย และการทำเทรดโปรโมชั่นมากกว่าเรื่องการสร้างแบรนด์ และการตลาดที่เป็นผลผลิตมาจากเป๊ปซี่ โค บริษัทแม่เสียเป็นส่วนใหญ่

ขณะที่ทีมการตลาดของ "ไทยเบฟเวอเรจ" บริษัทแม่ของเสริมสุข ก็ยังไม่เคยผ่านงานเครื่องดื่ม "น้ำอัดลม" มาก่อนเช่นกัน
ในเมื่อ เป๊ปซี่ไม่ขาย เดี้ยนจะแดร๊กอะไรล่ะค่ะเนี่ยย เดี้ยนขอบอก







garn0123
#6
18-10-2012 - 18:35:17

#6 garn0123  [ 18-10-2012 - 18:35:17 ]




เออ นั่นสิ ไปแดรก น้ำสิงค์ดีกว่า



เจอกันเมื่อชาติต้องการ
pangza123
#7
19-10-2012 - 18:40:29

#7 pangza123  [ 19-10-2012 - 18:40:29 ]




หนุ่มหื่นปีนขึ้นชั้น 4 ข่มขืน-ถ่ายคลิปนักศึกษาสาว

ตำรวจจับหนุ่มหาดใหญ่หื่น ปีนขึ้นห้องนักศึกษาสาวชั้น 4 จี้ชิงทรัพย์-ข่มขืนสุดวิตถาร พบมีคดีติดตัวเพียบ แต่ให้การปฏิเสธทุกข้อหา

(19 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้แถลงข่าวการจับกุมตัว นายวิชัย ชัยเสนะ อายุ 26 ปี หลังก่อเหตุชิงทรัพย์และข่มขืนนักศึกษาสาว อีกทั้งยังสืบทราบว่ามีคดีติวตัวอยู่อีก 3 คดีด้วย

ตามรายงานระบุว่า สามารถจับกุมตัว นายวิชัย ได้ที่โต๊ะสนุกเกอร์แห่งหนึ่งในเมืองหาดใหญ่ ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ ก่อนจะนำตัวมาตั้งโต๊ะแถลง โดยมีนักศึกษาสาวที่เป็นผู้เสียหายเดินทางมาชี้ตัวด้วย ทำให้เกิดเหตุวุ่นวายเล็กน้อย เมื่อผู้เสียหายพบเห็นผู้ต้องหาอีกครั้ง

น.ส.เอ๋ (นามสมมติ) นักศึกษาสถาบันชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองหาดใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา นายวิชัย ได้บุกรุกปีนขึ้นไปงัดหน้าต่างเข้าห้องพักตน ซึ่งอยู่ชั้นที่ 4 ของหอพักนักศึกษา ก่อนจะใช้อาวุธมีดจี้ให้ถอดเสื้อผ้า ตนวิงวอนขอและตกใจกลัวจนปัสสาวะราด แต่นายวิชัยก็ไม่ได้สนใจใดๆ

นายวิชัย ได้ลงมือข่มขืนตนอย่างวิตถารพิสดาร จนสำเร็จความใคร่ แม้ว่าตนมีประจำเดือนอยู่ก็ตาม พร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้เพื่อแบล็กเมล์ ก่อนที่จะรื้อค้นทรัพย์สินภายในห้อง ทั้งสร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งถึงผู้เสียหายที่เคยถูกนายวิชัยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ขอให้เดินทางมาชี้ตัวและดูตัวคนร้ายได้ที่ สภ.หาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนและติดตามพยานหลักฐานมาดำเนินคดีกับคนร้ายให้ได้ แม้ว่าจะยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาก็ตาม
น่าจะจับแมร่งยัดลงคอห่านแล้วเอาตรีนยันหลังเลยเดี้ยนขอบอกกกกกก


  • 1

ลงข้อความได้เฉพาะสมาชิก
ต้องสมัครเป็นสมาชิกและ login เข้าสู่ระบบก่อนถึงจะสามารถลงความเห็นได้
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก