เมนูชมรม

ปิดแล้วจ่ะ T OT'

ชื่อชมรมปิดแล้วจ่ะ T OT'
ผู้ก่อตั้งPornpun
ก่อตั้งเมื่อ7 พฤษภาคม 2012
ระดับชมรม0
รายละเอียดตก ตก แล้วก็ ตก ปิดแล้วจ่ะ
จำนวนสมาชิก11
จำนวนสมาชิก

11

กระทู้ล็อคอยู่
เข้าได้ทุกคน
ตั้งกระทู้ใหม่
A
A
A
A

Pornpun
#1
07-05-2012 - 12:57:30

#1 Pornpun  [ 07-05-2012 - 12:57:30 ]




ปิดแล้วนะ TT

กระทู้ตกอย่างแรงง !!!

ขอโทษสมาชิกทุกคนด้วยที่รบกวน T^T




แก้ไขล่าสุดเมื่อ 2012-06-10 18:09:22


.
Namwhan_Kz
#2
07-05-2012 - 13:06:16

#2 Namwhan_Kz  [ 07-05-2012 - 13:06:16 ]
















waiting for SEVENTEEN.
สุภัสสรา_
#3
สุภัสสรา_
07-05-2012 - 13:22:17

#3 สุภัสสรา_  [ 07-05-2012 - 13:22:17 ]





โฮ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยกะจะเข้าแม่ฟ้าหลวงซะหน่อย(วบพส.)


Pornpun
#4
07-05-2012 - 13:22:45

#4 Pornpun  [ 07-05-2012 - 13:22:45 ]




The Living Severed Head

เป็นความเชื่อของคนหลายคนทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะแค่อเมริกา โดยเชื่อว่าเมื่อคนโดนตัดหัวหลุดจาก
บ่า แต่แล้วหัวนั้นมันมีชีวิตอยู่ระยะหนึ่ง มันยังคงพะงาบๆ และมันเหลือบมองหน้าคนตัดอย่างอาฆาต!!

และมันก็เกิดขึ้นจริงซะงั้น!! เมื่อหัวเราหลุดจากบ่า เรายังมีชีวิตอยู่ต่อได้ไหม เราสามารถกระพริบตา
พะงาบๆ สมองยังทำงานได้ไหม

เรื่องเหล่านี้เริ่มขึ้นในช่วงที่กิโยติน หรือเครื่องตัดหัวเป็นที่นิยมใช้ประหารนักโทษ ด้วยเหตุผลที่ว่า
เป็นการประหารที่ทำให้ผู้ถูกประหายตายอย่างรวดเร็ว หมดจด สมองไม่เสียหาย เวลาประหารแต่ละที
จะทำท่ามกลางประชาชนที่มามุมแน่นขนัด และนั้นเองทำให้พวกเขามีโอกาสเห็นหัวยังมีชีวิต หนึ่ง
ในนั้นคือ สมัยปฏิวัติฝรั่งเศส วันที่ 17 กรกฎาคม 1793 สาวนาม ชาร์ล็อตต์ คอร์เดย์ (Charlotte
Corday) สาวบ้านนอกที่ทำการฆาตกรรม พอล มารัต (Jean-Paul Marat)เธอถูกประหารด้วยกิโยติน
หลังจากคมมีดตัดเอาศีรษะเธอกระเด็นออก ผู้ช่วยประหารคนหนึ่งหยิบหัวเธอมา แล้วตบแก้ม พยาน
โดยรอบยืนยันว่าดวงตาของเธอกลอกมามองเขาพร้อมกับสีหน้าไม่พอใจและได้พูดคำว่า “ไม่ได้”
(couldn) หลังจากนั้น ผู้คนที่จะถูกประหารด้วยกิโยตินก็จะถูกขอให้กระพริบตา ผลคือมีนักโทษหลาย
คนแสดงให้เห็นว่าแม้ถูกตัดหัวตนก็ยังมีชีวิตอยู่

ใน 1905 จากหลักฐานต่างๆ สามารถสรุปได้ว่าแม้ถูกตัดหัวแล้ว สมองของคุณ ยังคงสามารถรับรู้สิ่ง
ต่างๆ ได้หลายวินาทีก่อนที่จะตาย โดยหนึ่งในนั้นมาจากงานทดลองของดอกเตอร์ โบเรียคซ์
(Beaurieux) ผู้ซึ่งทำการทดลองจากฆาตกรฝรั่งเศสชื่อ แลงกุยล์เลอ (Languille) หลังจากเขาถูก
แท่นตัดคอนักโทษด้วยเครื่องประหารด้วยกิโยติน (แท่นตัดคอนักโทษที่ถูกออกแบบให้ประหารแบบ
มนุษยธรรม) ตาของ แลงกุยล์เลอ และปากยังคงขยับดำเนินต่อไปนานถึงห้าถึงหกวินาที และต่อมา
เมื่อโบเรียคซ์ ตะโกนเรียกชื่อนักโทษ ก็พบเรื่องน่าขนลุกเมื่อ ตาของ แลงกุยล์เลอเปิดออกอีกครั้ง
และจ้องมองเขา ทำให้เกิดความเชื่อว่าเมื่อคนหัวขาดอาจสามารถคลองสติได้ 15 วินาที

แพทย์สมัยใหม่เชื่อว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากการ reflex ของกล้ามเนื้อ (คือกล้ามเนื้อกระตุก
จากการสูญเสียเลือด หรือการควบคุม ทำให้ตากระพริบหรือกลอก) ไม่ใช่สติรู้ตัว

แม้สมัยนี้กิโยตินจะถูกยกเลิกแล้ว แต่ใช่ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เมื่อมีเหตุการณ์อุบัติเหตุ
เกิดขึ้น เช่นในเดือนมิถุนายนปี 1989 เมื่อคนสองคนนั่งแท็กซี่แล้วประสบอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุก
คนหนึ่งศีรษะถูกตัดออก ส่วนอีกคนที่รอดได้พบเหตุการณ์น่าสยอง เธอได้เล่าเรื่องนี้หลังรอดชีวิตว่า

"หัวนั้นหงายหน้ามองฉัน ฉันยังสังเกตว่า ปากของเขาพยายามพูดสื่อสารอะไรบางอย่างกับฉันอยู่
แม้ตอนนั้นฉันกำลังสับสน หวาดกลัวและเศร้าโศก แต่ฉันไม่พูดเกินความจริง เขายังกะพริบตาและ
จ้องฉัน ก่อนที่หัวนั้นจะหลับตาลงและไม่ตื่นอีกเลย”


เครดิต


แก้ไขล่าสุดเมื่อ 2012-05-07 13:28:19


.
Pornpun
#5
07-05-2012 - 13:27:29

#5 Pornpun  [ 07-05-2012 - 13:27:29 ]




เงียบจัง ไม่มีคนมาสมัครหรอ



.
รีบอร์นzaใบเฟิร์นza
#6
รีบอร์นzaใบเฟิร์นza
07-05-2012 - 16:05:13

#6 รีบอร์นzaใบเฟิร์นza  [ 07-05-2012 - 16:05:13 ]





ชื่อในเว็บ : รีบอร์นzaใบเฟิร์นza
ชื่อเล่น :ใบเฟิร์น
ทำไมจึงอยากเข้าชมรมนี้ : ชอบ ^_^

Pornpun


ไปคอนมาจ้าาาาา
alhahah
#7
07-05-2012 - 16:28:17

#7 alhahah  [ 07-05-2012 - 16:28:17 ]




ชื่อในเว็บ : alhahah
ชื่อเล่น :แอล
ทำไมจึงอยากเข้าชมรมนี้ : หลอนดี ชอบ
รับด้วยนะ

Pornpun


สวย
jazz_tono
#8
07-05-2012 - 18:22:36

#8 jazz_tono  [ 07-05-2012 - 18:22:36 ]




โหเราเข้ามานึกว่าจะมีเรื่องมนุษย์ต่างดาว
สมัครจ้าเรื่อง Bloody Marry
ชื่อเล่นเก่ง
ไอดี jazz_tono
บลัด ดี้แมรี่ยังมีชื่ออื่นๆอีกคือ Bloody Bones,Hell Mary,Mary Worth,Mary Worthington,Mary Whales,Mary Johnson,Mary Lou,Mary Jane,Sally,Kathy,Agnes,Black Agnes,Aggie,Svarte Madame,Bloody mirror

แม้วิธีการทำพิธีเพื่ออัญเชิญหรือท้าทายผี Bloody Mary จะมีรายละเอียดที่ต่างกันไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่่งที่ค่อนข้างจะเหมือนกันคือเมื่อ Bloody Mary โผล่ขึ้นมาในกระจกแทนเงาของผู้ที่เรียกเธอมาแล้ว เธอจะพยายามฆ่าคนที่เรียกเธอด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระชากหนังหน้าจนขาดด้วยเล็บที่แหลมคม ควักลูกตา ตัดคอ หรือลากเอาคนทำพิธีเข้าไปกระจกพร้อมๆ กับเธอ แต่หากใครที่เห็นเธอปรากฎขึ้นมาในกระจกแต่ไม่ถูกทำร้ายในตอนนั้น แล้วคิดว่าตนเองโชคดีก็ขอให้เข้าใจกำลังเป็นผู้โชคร้ายอย่างสุดๆ แล้ว เพราะนับตั้งแต่วันนั้นเธอจะตามหลอกหลอนผู้เคราะห์ร้ายรายนั้นทุกครั้งที่ ส่องกระจกไปจนกว่าเค้าหรือเธอคนนั้นจะตาย

แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่เชื่อกันว่าหากเรียกชื่อของเธอ 13 ครั้งที่หน้ากระจกแล้ว Bloody Mary ปรากฎตัว เราจะสามารถขอเธอคุยกับผู้เสียชีวิตไปแล้วได้ จนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงคืน 1 นาที เธอและผู้เสียชีวิตที่ถูกเรียกมาจะหายไปจากกระจก และในอีกบางความเชื่อก็บอกว่าเมื่อเธอปรากฎตัวอย่าตกใจ แต่ขึ้นให้เพ่งมองไปที่ตัวเธอแล้วจะได้เห็นภาพของชีวิตในอนาคต หน้าตาคู่ครองรวมถึงหน้าตาของลูกหลานแทน แต่หากภาพที่เห็นเป็นภาพของซากศพ ก็ให้เข้าใจได้เลยว่า "ตายก่อนได้แต่งหรืออาจจะไม่ได้แต่งเลยชาตินี้...confirm"

นอกจากนี้ยังมีคนเฒ่าคนแก่บางคนเชื่อว่าผี Bloody Mary นี้คือ Queen Mary I (ควีนแมรี่ที่ 1) ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก และต้องการกำจัดพวกโปรแตสแตนท์ในประเทศอังกฤษให้หมดสิ้นในทุกวิถีทาง ด้วยเหตุนี้ผู้นำนิกายโปรเตสแตนท์ รวมทั้งผู้ชาย เด็ก และสตรีมีครรภ์ถูกประหารไปมากมาย ต่อมาการพยายามมีทายาทของพระนาง ทั้งที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่พระนางคิดว่าตัวพระนางเองมีบุตรจึงเกิดภาวะครรภ์เทียมจึงทำให้ร่างกาย เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆจนสวรรคตแต่การสวรรคตของพระองค์ เรียกได้ว่ากรรมตามสนองที่เคยทำไว้กับเหล่าสตรีมีครรภ์และเด็กโดยแท้ ซึ่งมหกรรมการสังหารหมู่ของ Queen Mary I ก็ได้ส่งให้เธอมีชื่ออยู่ใน 10 อันดับ ฆาตกรหญิงที่โหดที่สุดด้วยนะครับ (ตามได้ที่กระทู้ของคุณ AJ ที่เคยลงไปแล้วนะครับ)

แต่ทั้งนี้ความเชื่อเกี่ยวกับประวัติของแมรี่ก็ยังเป็นสิ่งที่คลุมเครือยิ่ง นัก เพราะบางคนก็บอกว่าแมรี่เป็นแม่มดที่ถูกเนรเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อนในข้อหา ใช้มนตร์ดำ แต่บางคนก็บอกว่าเป็นผู้หญิงในยุคเราๆนี่แหละ ที่ตายในอุบัติเหตุรถชนแล้วหน้าถูกรถอัดเละ แต่ก็มีคนแย้งว่าเป็นผีของผู้หญิงที่ฆ่าลูกของตัวเองหลังจากแต่งงานแล้วกิน เด็ก ว่าไปถึงเป็นที่แบบเป็นผีแท้ๆ ที่ไม่เคยเป็นคนมาก่อนเลยก็มี

ในยุโรป คนที่เล่นเกมวัดใจกับผีเกมนี้ส่วนมากจะเป็นเด็กอายุประมาณ 9-12 ปีครับ ซึ่งเป็นวัยที่นักจิตวิทยาเรียกว่า The Robinson Ages คือเป็นช่วงที่เด็กจะพอใจกับความตื่นเต้นที่ได้เล่นในเรื่องลึกลับน่ากลัว

เสริมนิดๆ ครับ ความเชื่อในการเรียกผีจากกระจก เค้าว่าเพราะในอดีตมีความเชื่อว่าเราจะเห็นวิญญาณของคนตายได้ในกระจกจนกว่า ร่างของวิญญาณนั้นจะถูกเอาไปฝัง เพราะในอดีตเวลาคนในบ้านตาย สมาชิกครอบครัวเค้าจะเอาแต่งตัวใส่โลงตั้งไว้ในบ้านจนกว่าจะถึงวันฝัง วิญญาณเลยยังวนเวียนในบ้านอยู่แล้วถูกจับได้ในกระจก เราเลยสามารถเห็นได้ และนอกจากการเรียกผีแมรี่ออกมาใช้ดูเนื้อคู่แล้ว ก็ยังมีวิธีที่เด็กผู้หญิงสมัยก่อนก็มักใช้เช่นปอกแอปเปิลหน้ากระจกตอน เที่ยงคืน ร้องเพลงในคืนพิเศษแล้วมองผ่านกระจกอย่างเร็วๆ ก็จะได้เห็นหน้าของเนื้อคู่ลางๆ เป็นต้น


แก้ไขล่าสุดเมื่อ 2012-05-07 18:23:40


55
Pornpun
#9
07-05-2012 - 19:11:13

#9 Pornpun  [ 07-05-2012 - 19:11:13 ]




เมดูซ่า

ในตำนานของกรีกนั้น เมดูซ่า (อังกฤษ: Medusa) เป็นผู้หญิงที่มีผมเป็นงู และเมื่อมีคนมองมาที่ใบหน้าเธอ (จ้องตา) คนผู้นั้นจะกลายเป็นหิน ที่จริงแล้วก่อนที่เมดูซ่าจะมีความร้ายกาจดังที่เป็นที่เล่าขานกันมานั้น เมดูซ่านั้นเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาสวยงามมาก เมดูซ่า เป็นลูกสาวของเทพแห่งท้องทะเล ฟอซิส และนางซีโต นางถือเป็นหลานของเทพีไกอาและเทพพอนทัส มีพี่น้องคือ สเธโน ยูริอาลี และกราเอีย
เรื่องเริ่มขึ้นจากเพอร์ซิอุสวีรบุรุษอีกผู้หนึ่งของชาวกรีก เพอร์ซิอุสได้รับคำสั่งจากกษัตริย์ใจร้ายที่พยายามหาทางกำจัดเขาเพื่อจะได้แต่งงานกับมารดาของเขา โดยให้ไปสังหารเมดูซ่าซึ่งเป็นน้องคนสุดท้องของสามพี่น้องตระกูลกอร์กอน เล่ากันว่าครั้งหนึ่งเมดูซ่าเคยเป็นสาวงาม แต่เพราะโดนโพไซดอน เทพแห่งท้องทะเลขืนใจ ในวิหารของเทพีอธีนา เทพีอธีนาจึงกล่าวหาว่าเมดูซ่าลบหลู่นาง ดังนั้นนางจึงโดนสาปให้กลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ มีผมเป็นงู และมีดวงตาเป็นอำนาจลึกลับหากผู้ใดจ้องมองจะกลายเป็นหินทันที เชื่อกันว่า บรรดารูปปั้นหินชายและหญิงจำนวนมากที่ถูกทิ้งไว้เกลื่อนกลาดตามแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นส่วนหนึ่งของผู้โชคร้ายที่มาพบเห็นเมดูซ่านั่นเอง
ในบรรดาสามพี่น้องตระกูลกอร์กอนนี้ มีเพียงเมดูซ่าเท่านั้นที่ไม่เป็นอมตะ คือถูกฆ่าตายได้ แต่นับเป็นเรื่องที่ยากที่จะมีใครทำได้โดยไม่กลายเป็นหินเสียก่อน ทั้งสามอาศัยอยู่ในถ้ำลึกบนเกาะแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกล ถ้ำนี้ล้อมรอบไปด้วยหินจำนวนมากที่ครั้งหนึ่งนั้นเคยเป็นมนุษย์และสัตว์ที่มีชีวิตจิตใจ
เมื่อเพอร์ซิอุสได้รับคำสั่งให้ไปกำจัดเมดูซ่า เขาจำเป็นต้องหาที่อยู่ของนางเสียก่อน เพอร์ซิอุสจึงไปถามจากหญิงชราสามคนที่มีตาเพียงดวงเดียว ดวงตานี้มีอำนาจมองเห็นไกลทั่วโลก ในขณะที่หญิงชราทั้งสามถกเถียงกันเพื่อจะแย่งดวงตานี้มาใช้เพอร์ซิอุสแอบขโมยดวงตาไป ทำให้ทั้งสามมองไม่เห็นหญิงชราทั้งสามจึงจำต้องบอกที่อยู่อของเมดูซ่าให้แก่เพอร์ซิอุสเพื่อแลกกับการดำรงชิวิตของพวกตน
จากนั้นเพอร์ซิอุสจึงเดินไปยังที่อยู่ของเมดูซ่า ซึ่งเขามีเทพเฮอร์เมสและเทพอธีนาคอยให้ความช่วยเหลือ โดยมอบดาบวิเศษพร้อมโล่เอจีส หมวกล่องหน รองเท้าติดปีก และย่ามวิเศษ ให้เขานำติดตัวไปด้วย คืนหนึ่งในขณะที่เมดูซ่ากำลังหลับสนิท เพอร์ซิอุสแอบเข้าไปในถ้ำ เขาใช้โล่ที่ขัดเป็นเงาราวกระจกส่องดูเงาสะท้อนของเมดูซ่า เพื่อหลีกเลี่ยงการมองของนางโดยตรง จากนั้นเขารีบใช้ดาบวิเศษตัดศีรษะของนาง แล้วโยนใส่ลงในย่ามวิเศษ
ทันทีที่หยดเลือดหลั่งรินออกมาจากบาดแผลของเมดูซ่า เพกาซัส ม้ามีปีกสีขาวก็ถือกำเนิดขึ้นมา สองพี่น้องของเมดูซ่าซึ่งเป็นอมตะ พยายามจะทำร้ายเพอร์ซิอุส แต่เขาใช้หมวกล่องหนและรองเท้าติดปีกช่วยให้ตนเองหลบหลีกออกไปได้ เมื่อเพอร์ซิอุสกลับไปถึงเมืองของกษัตริย์ใจร้ายที่เป็นผู้มอบหมายให้ไปกำจัดเมดูซ่า เขามอบศีรษะของเมดูซ่าให้แก่กษัตริย์พระองค์นั้น ซึ่งทำให้พระองค์กลายเป็นหินไปในทันทีที่ทอดพระเนตร
ชาวกรีกโบราณเชื่อกันว่าเส้นผมที่เป็นงูของเมดูซ่านี้สามารถป้องกีนการปองร้ายของเหล่าปิศาจได้เป็นอย่างดี ในภายหลังเพอร์ซิอุสได้นำศีรษะของเมดูซ่าถวายแด่เทพีอธีนาผู้ช่วยเหลือเขามาตั้งแต่แรก เทพีอธีนานำเพกาซัสไปยังยอดเขาโอลิมปัสซึ่งเป็นสถานที่พำนักของเหล่าเทพโอลิมเปียน และมอบให้อยู่ในการดูแลของเทพธิดามิวส์ทั้งเก้าองค์ซึ่งเป็นเหล่าเทพธิดาผู้ดลใจให้ความคิดสร้างสรรค์แก่นักศิลปะทั้งมวล เพกาซัสเป็นม้าที่องอาจปราดเปรียว ไม่ยอมให้ผู้ใดขี่หรือแตะต้อง มีแต่เทพธิดามิวส์เท่านั้นที่เข้าใกล้ได้


เครดิต



.
แพรกะเหมียว
#10
แพรกะเหมียว
07-05-2012 - 19:35:27

#10 แพรกะเหมียว  [ 07-05-2012 - 19:35:27 ]





ขอเข้าด้วยคนนะคะ
ชื่อในเว็บ: แพรกะเหมียว
ชื่อเล่น: แพร
ทำไมจึงอยากเข้าชมรมนี้ : ชอบพวกเรื่องแบบนี้ค่ะ

Pornpun


จมูกฉันกำลังจะพัง T0T
Pornpun
#11
07-05-2012 - 19:40:07

#11 Pornpun  [ 07-05-2012 - 19:40:07 ]





quote : jazz_tono

กดสมัครเข้าชมรมด้วยนะจ๊ะ :)



quote : รีบอร์นzaใบเฟิร์นza

กดสมัครเข้าชมรมด้วยนะจ๊ะ :)



แก้ไขล่าสุดเมื่อ 2012-05-07 19:40:43


.
kyohayzzz
#12
07-05-2012 - 22:07:49

#12 kyohayzzz  [ 07-05-2012 - 22:07:49 ]




ผมชอบเรื่อง เหนือโลก นอกโลก อะครับ เช่น ufo แต่เข้ามาก็ไม่มีไม่รู้จะมีให้อ่านหรือเปล่า วันหลัง จะมาดูนะเคอะ


zizaxzax
#13
07-05-2012 - 22:19:54

#13 zizaxzax  [ 07-05-2012 - 22:19:54 ]




สมัครครับ

ชื่อในเว็บ :zizaxzax
ชื่อเล่น :แซ๊ก
ทำไมจึงอยากเข้าชมรมนี้ :มันน่าตื่นเต้นดีครับ สนุกด้วย

Pornpun

berbom
#14
07-05-2012 - 22:47:14

#14 berbom  [ 07-05-2012 - 22:47:14 ]




ชื่อในเว็บ : berbom
ชื่อเล่น : Bom :)
ทำไมจึงอยากเข้าชมรมนี้ : i like it !!



Pornpun


Just the way I am ...
Tong98
#15
07-05-2012 - 22:59:19

#15 Tong98  [ 07-05-2012 - 22:59:19 ]





ชื่อในเว็บ :Tong98

ชื่อเล่น :ต้อง

ทำไมจึงอยากเข้าชมรมนี้ : ชอบเรื่องแบบนี้

Pornpun

Pornpun
#16
08-05-2012 - 11:59:30

#16 Pornpun  [ 08-05-2012 - 11:59:30 ]




ผีไม่มีหน้า

ผีไม่มีหน้า (ญี่ปุ่น: のっぺらぼう Noppera Bou นปเปะระโบว ?) เป็นผีญี่ปุ่นอย่างหนึ่งที่ไม่มีใบหน้า มีแต่หน้าเกลี้ยงๆ คล้ายไข่ ซึ่งแม้แต่ตา จมูก ปาก ไม่มีบนใบหน้าเลย ผีตนนี้มักเที่ยวหลอกหลอนคนผ่านทางในเวลากลางคืน มีตำนานที่เล่าขานในจังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น บางครั้งก็เรียกผีตนนี้ว่า "มุจินะ" (ญี่ปุ่น: ムジナ Mujina ?)

ตำนาน
.............ตามตำนาน เกิดขึ้นที่เนินทางแห่งหนึ่งในจังหวัดอิวาเตะ ในเวลากลางดึก มีชายคนหนึ่งได้เดินทางผ่านบริเวนดังกล่าวเพื่อที่จะเข้าไปในเมือง ได้พบหญิงสาวสวมชุดญี่ปุ่นคนหนึ่งมีท่าทางร้องไห้ ราวกับจะกระโดดลงแม่น้ำเพื่อฆ่าตัวตาย ชายคนดังกล่าวจึงพยายามเข้าไปปลอบใจ และเข้ามากอด และตกใจเมื่อพบว่าใบหน้าของเธอไม่มีหน้า หน้าเกลี้ยงเหมือนไข่ปลอก จึงวิ่งหนีไป ราวกับว่าเธอจะวิ่งตามมาด้วย

.............จนกระทั่งเขาได้มายังร้านบะหมี่แห่งหนึ่ง เจ้าของร้านได้ถามว่าไปเจออะไรมา เขาตอบว่าเจอผีไม่มีหน้า เจ้าของร้านจึงถามว่า "ลักษณะเป็นแบบนี้ใช่ไหม?" และเจ้าของร้านบะหมี่ลูบหน้าจนหน้าหายกลายเป็นผีไม่มีหน้าอีกตน ชายคนนั้นจึงตกใจและวิ่งหนีออกไปจากร้าน
เรื่องราวที่เกี่ยวกับผีไม่มีหน้านั้น มักจะเป็นผีที่มาหลอกคนที่เดินผ่านทางในเวลากลางคืน และเป็นตำนานในสมัยเอโดะ


เครดิต



.
ฟ้าใส_blue
#17
ฟ้าใส_blue
08-05-2012 - 14:21:44

#17 ฟ้าใส_blue  [ 08-05-2012 - 14:21:44 ]





สมัครสมาชิก:)

ชื่อในเว็บ : ฟ้าใส_blue
ชื่อเล่น : ฟ้าใส
ทำไมจึงอยากเข้าชมรมนี้ : มันหลอน (แต่กลัวผี)

Pornpun

alicza
#18
08-05-2012 - 15:41:45

#18 alicza  [ 08-05-2012 - 15:41:45 ]





ชื่อในเว็บ :alicza
ชื่อเล่น :นก
ทำไมจึงอยากเข้าชมรมนี้ : ก็ชอบอะไรแปลกๆเหนือธรรมชาติ

Pornpun

Pornpun
#19
08-05-2012 - 20:18:47

#19 Pornpun  [ 08-05-2012 - 20:18:47 ]




13 เลขแห่งความโชคร้าย

มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับตำนานหมายเลข 13 เช่น มีผู้ชายรับประทานอาหารกัน 13 คน แล้วพวกเขาอาจเสียชีวิตภายในหนึ่งปี ซึ่งเมื่อเรื่องดังกล่าวบังเอิญเกิดขึ้นจริง ก็กลายเป็นเรื่องเล่าชวนสยองขวัญให้ผู้คนรู้สึกหวาดหลัวหมายเลข 13 มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการชุมนุมกันของแม่มด 13 ตน และเดอะ ริปเปอร์ อาชญากรผู้โหดร้ายชาวอังกฤษ มีตัวอักษร 13 ตัว ในชื่อของเขา

ในความเป็นจริงก็คือ ยังไม่หลักฐานใด ๆ แน่ชัดที่น่าเชื่อถือได้ถึงตำนานความเป็นมาของเลข 13 เคยมีความเชื่อที่ว่ามีแม่มดรวมตัวกันในคืนวันเสาร์ และพ่นสี 13 สีที่เป็นกาลี แม้แต่ในพระคัมภีร์ใบเบิลก็พูดถึงเลข 13 ไว้ไม่ดีนัก ด้วยว่าในการรับประทานอาหารครั้งสุดท้ายของพระเยซู ก็มีผู้เข้าร่วมโต๊ะอาหารทั้งหมด 13 คนเช่นกัน


เครดิต



.
Tong98
#20
09-05-2012 - 20:28:28

#20 Tong98  [ 09-05-2012 - 20:28:28 ]





น่ากลัว



ลงข้อความได้เฉพาะสมาชิก
ต้องสมัครเป็นสมาชิกและ login เข้าสู่ระบบก่อนถึงจะสามารถลงความเห็นได้
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก